' name='_mg-domain-verification'/> คุณแม่ยอดนักสืบ!! เมื่อลูกชายโดนล้วงกระเป๋าบ่อยๆ แม่งัดวิธีเด็ดจัดการอยู่มัด - แชร์ข่าว
loading...

on
 คุณแม่ท่านหนึ่ง ได้ออกมาแชร์ประสบการณ์หนักอกหนักใจผ่านพันทิป หลังจากลูกของเธอได้ไปโรงเรียน และโดนเพื่อนล้วงกระเป๋าสตางค์ทุกวัน โดยที่ลูกของเธอไม่ค่อยจะรู้สึกตัวเพราะเป็นเด็กค่อนข้างสมาธิสั้น เธอจึงต้องจัดการกับเรื่องดังกล่าว เพราะเกิดขึ้นทุกๆวัน โดยเธอได้ระบุข้อความว่า
 ลูกชายเรียนอยู่ชั้น ป4 เป็นเด็กค่อนข้างหัวอ่อน ไม่ทันคน เป็นเด็กสมาธิสั้นด้วย ยิ่งเป็นส่วนหนึ่งทำให้ลูกชายไม่ค่อยจะรู้สึกตัวเวลา โดนล้วงกระเป๋า กระเป๋าเงินลูกชาย จะห้อยด้วยโซ่ไปร้อยอยู่ที่หูเข็มขัด แรกๆที่หาย เราก็คิดว่าเงินอาจจะล่วงหล่นหาย

เย็บหนังยางไว้รัดธนบัตรเพื่อที่เงินจะได้ไม่หล่นหายแบบนี้ มัดยางไว้ก็ยังหาย หายก่อนที่จะพักกลางวันทุก ๆ วันไป หายจนลูกขอเอาข้าวกล่องไปกินกลางวันที่โรงเรียน ใจแม่เริ่มคิด มันหายผิดปกติไปนะ เหมือนมีเวทมนต์เสกเงินหายแว๊บ หายได้แบบนี้ทุกวันไม่ดีแน่ๆ หายแบบนี้ไม่ดีแน่ๆ ทังตัวลูกเอง ลูกควรดูแลของส่วนตัวของตัวเองให้ได้ ไม่ใช้ใครจะมาหยิบเอาไปก็ได้ ไม่รู้ตัวแบบนี้ ใช้การไม่ได้ แม่ต้องซ่อมลูกอย่างเร่งด่วนที่สุด ไม่ดีกับเด็กที่ล้วงเงินไป เห็นว่าเพื่อนไม่ทัน ไม่รู้ หยิบได้ ล้วงได้ ทีนี้ก็ล้วงกันทุกวัน
ถ้าติดเป็นนิสัย เด็กคนนี้โตไปแย่แน่ๆ ขันแรก แม่แจ้งคุณครูประจำชั้น เมื่อแจ้งไป เงินจะไม่หายอยู่ 3 วัน แล้วก็กลับมาหายอีก หายทุกวัน เริ่มประสาทค่ะ ลูกเลิกเรียนมาคำถามแรกเลย คือวันนี้เงินหายหรือเปล่า ลูกเครียดค่ะ แม่ก็เครียดมาก พอแจ้งครูอีก ก็จะไม่หายอยู่ 3 วัน แต่คร้ั้งนี้คุณครูเริ่มสังเกตุพฤติกรรมเด็กๆ สังเกตุการใช้เงิน เริ่มมองเห็นความผิดสังเกต และแล้วเงินก็กลับมาหายอีก จะทำยังไงดีล่ะ ลูกบอกว่า เพื่อนคนนี้ ต้องเอาของผมไปแน่ๆ ใจแม่ไม่ดีล่ะ ลูกไม่ควรโทษใคร ถ้าเรายังไม่สามารถพิสูจนฺได้ คนผิดจะเป็นตัวลูกเอง คืนนั้นเข้านอนด้วยความรู้สึกไม่ดีเลย โลกใบนี้ไม่ใช้อยู่ง่าย ๆ ลูกต้องอยู่ให้ได้ มนุษย์แม่ต้องจัดการให้ได้ ตืนมาด้วยอาการสมองตึง วันนี้ฉันจะจับให้ได้ นึกขึ้นมาได้ ถึงยาม่วง เยนเซียนไวโอเลต ถ้าโดนเข้าไปจะล้างไม่ออกเลยเชียว


แม่จัดการเอาสำลี พันด้วยถุงพลาสติก สอดเข้าไปในธนบัตร(เพื่อให้ธนบัตรเลอะน้องที่สุด) หยอดด้วยยาม่วงให้ชุ่ม มัดยางไว้เหมือนทุกวัน ถ้าใครมาจับ ยาจะทะลักออกจากสำลี เลาะมือแน่นอน เวลาพักกลางวัน เราจะไปจับเด็กคนไหนที่มือม่วงรอคอยเวลาด้วยจิตใจไม่สงบเลย กังวลไปต่าง ๆ นาๆ ลูกจะเอาออกมาเล่นเลอะเทอะไหมนะลูกจะบอกเพื่อนไม่นะ "วันนี้เรามีกับดักมา ลองจับดูสิเลอะมือล้างไม่ออกเลย" 555 คิดไปสารพัด
เวลาพักกลางวันก็มาถึง รีบบึ่งไปหาลูกชาย ด้วยความตื่นเต้นมากๆ เห็นลูกเดินมากับเพื่อน เห็นชัดมาแต่ไกลว่าเด็กคนไหนมือม่วง คนเดียวกับที่ลูกสงสัย คนเดียวกันกับที่แม่สงสัย คนเดียวกันกับที่คุณครูจับพิรุทได้ ถ่ายรูปเก็บไว้ แล้วถามว่า
แม่ : "อ่าวมือไปเลอะอะไรมาลูก"
เพื่อนลูก : "เปล่าครับ ๆ ผมไม่ได้เอาครับ เปิดดูก็ได้ ครูสั้งให้ผมตรวจดูเงิน ก่อนพักกลางวันทุกวันครับ ผมเห็นคับ พี่ป6 หยิบไปครับ ผมเห็น" แก้ตัวลิ่นพันกันเลยเชียว
แม่ : "อ๋อหรอ งั้นช่วยบอกแม่หน่อยได้มั้ย ว่าพี่ ป6 คนไหนเอาไป จะได้บอกครู ช่วยหน่อยสิ" สวมวิญญาณนางฟ้านิดนึง
เพื่อนลูก : "ผมไม่แน่ใจว่าพี่เขาอยู่ ป5 หรือ ป6 ผมก็จำไม่ได้แล้ว" อ่าวเฉไฉซะแล้ว
แม่ : "ออ งั้นหนูไปกินกลางวันเถอะ วันหลัง ช่วยจำหน่อยว่าคนไหน บอกแม่ที บอกครูก็ได้" เดี๋ยวเถอะจะได้เห็นดีกัน เด็กน้อยเอ๋ย
เพื่อนลูก : "ครับ ๆ" แล้วก็วิ่งไปกินข้าว
เปิดกระเป๋าลูกชายดู เงินหายไปบางส่วน คงเหลืออยู่ 1 ใบ หลุดออกจากยางรัด และยาม่วงทะลัก นั่งคิดอยู่สักพัก ครูประจำชั้นเดินมาพอดี เล่าให้ครูฟังทั้งหมด พร้อมรูปถ่าย คุณครูไม่เคยบอกไม่เคยมอบหน้าที่ให้มาตรวจกระเป๋าลูกชายเลย และก็ตรงกับคนที่ครูสงสัยจริง ๆ ครูรับปากจะสอบสวนให้ และจะส่งข่าวให้แม่ทราบ ตกเย็น ครูส่งข่าวมาบอกว่า เด็กสารภาพว่าเป็นคนล้วงกระเป๋าลูกชายจริงๆ คุณครูแจ้งผู้ปกครองแล้วทางโทรศัพท์ เพราะกลัวว่า ถ้าช้า มือหายม่วง ผู้ปกครองจะไม่เชื่อคุณครู คุณพ่อของเพื่อนลูก โทรมาหา บอกว่ารู้ข่าวจากครูแล้ว ตกใจมาก ไม่อยากเชื่อ เพราะอยู่บ่านกับอยู่โรงเรียนพฤติกรรมผิดกันคนละคนเลย ขอโทษและสอบถามว่าต้องการให้ชดใช้อะไรให้แม่แจ้งได้ เราบอกว่าเราไม่ต้องการอะไรเลย ดีใจที่รู้ว่าเป็นใคร สบายใจแล้ว ต่อไปก็เป็นหน้าที่ของพ่อแม่ ที่จะต้องอบรมลูกๆ กัน ลูกเราเองก็ต้องอบรมเหมือนกัน เด็กค่อยๆ สอนกันไป วันข้างหน้าจะได้ไม่กล้าทำอีก คุยกันด้วยดี แล้วก็วางสายไป ใจคอไม่ค่อยดี ห่วงอยู่เหมือนกันว่าคงภูกทำโทษ แต่ก็ต้องเป็นไปตามสิ่งที่เด็กคนนั้นทำไว้ ทำผิดก็ต้องได้รับโทษ เช้ามาไปส่งลูกที่โรงเรียน พบแม่ของเด็ก เขาเข้ามาขอโทษเรา น้ำตาคอลตาแดงๆ สงสารลูกโดนพ่อตี เข้าใจหัวอกคนเป็นแม่เลย คงเสียใจ เด็กก็ยกมือขอโทษเรา บอกว่า"ผมจะไม่ทำแล้วครับ" ขอโทษลูกเรา เราก็เลยบอกว่า "ไม่เป็นไร อย่าทำอีกนะครับ" เงินเสียไปแล้วช่างมัน แต่ความเป็นเพื่อนจะต้องไม่เสียไป คิดว่าคงจะจบลงด้วยดี ไม่มีเหตุการณ์อย่างนี้อีก ต่างคนก็ต่างซ่อมลูกของตัวเองกันต่อไป คอยสอนกันไป เด็กน้อย

ขอขอบคุณ คุณเธอ
loading...