loading...

on
เมื่อเวลา 17.00 น. ที่ด่านศุลกากรหนองคาย นายนิมิตร แสงอำไพ นายด่านศุลกากรหนองคาย เปิดเผยรายละเอียดภายหลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ ป.ป.ง. สอบปากคำ นายสุบัน อายุ 30 ปี และนายคำบอน อายุ 24 ปี สองพี่น้องชาวลาว ที่ซุกซ่อนเงินสดจำนวน 98 ล้านบาทตามซอกต่างๆ ทั่วรถยนต์โตโยต้า แลนด์ครุยเซอร์ โดยมีทนายความร่วมรับฟังการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ด้วย ซึ่งเป็นการสอบปากคำตั้งแต่เวลาประมาณ 14.00 น. ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง
นายนิมิตร แสงอำไพ นายด่านศุลกากรหนองคาย กล่าวว่า ตอนนี้ได้สอบเบื้องต้นครบทั้งศุลกากร ป.ป.ส. และ ป.ป.ง.โดยผู้ต้องหาทั้งสองคนยังยืนยันว่าเป็นการรับแลกเงิน ซึ่งเป็นเงินของสมาชิกในครอบครัว เป็นเงินของพี่สาวและของตนเอง พร้อมทั้งยอมที่จะยกของกลางเงินสดทั้งหมด 98 ล้านบาทให้เป็นทรัพย์สินของแผ่นดิน ซึ่งทางศุลกากรจะส่งเรื่องการขอระงับคดีไปยังกรมศุลกากรเพื่อลงความเห็น โดยสรุปได้ว่าเป็นเงินที่มาจากการทำธุรกรรมสีดำจากประเทศเพื่อนบ้าน เป็นเงินที่ต้องปิดลับ ซึ่งนำเงินสกุลต่างประเทศมาแลกเป็นเงินไทยกลับไปอย่างปิดลับ เพราะเงินไทยในลาวสามารถใช้ได้ทุกแห่งทุกโอกาส ส่วนเงินดอลลาร์สหรัฐค่อนข้างจะใช้ไม่ได้ แต่เป็นเงินที่มีมูลค่าที่ใช้เพื่อเก็บ ซึ่งต้องสำแดงให้รัฐบาลลาวรู้
หลังจากนี้จะดำเนินการระงับคดีด้วยการส่งเรื่องเข้ากรมศุลกากรให้พิจารณาโดยด่วน ซึ่งตามหลักของการแลกเปลี่ยนเงินมีอัตราโทษที่กำหนดไว้ชัดเจนอยู่แล้วว่า หากนำเงินเกิน 450,000 บาท แต่ไม่เกิน 2 ล้านบาท ออกนอกประเทศ อัตราโทษปรับ 20,000 บาท คืนเงินให้ผู้ต้องหาไป 2 ล้านบาท กรณีนี้ก็จะเป็นโทษปรับรวม 40,000 บาท คืนเงินให้ผู้ต้องหาไม่เกิน 4 ล้านบาท หรือประมาณ 3,960,000 บาท ที่เหลือ 94 ล้านบาทต้องยกเป็นทรัพย์สินของแผ่นดิน

นายนิมิตร แสงอำไพ นายด่านศุลกากรหนองคาย กล่าวอีกว่า จากข้อมูลการเข้าออกประเทศของผู้ต้องหาทั้งสองคน พบว่า การนำเงินออกนอกประเทศ น่าจะเป็นลักษณะการเดินทางไปเช้าเย็นกลับทั้งหมด 9 ครั้ง พ.ย. 60 จำนวน 5 ครั้ง เดือน ธ.ค.ถึงวันที่ 12 ธ.ค. 60 จำนวน 4 ครั้ง รวม 9 ครั้งนี้ มีความเป็นไปได้สูงว่ามีการนำเงินเข้ามาขายแล้วนำเงินบาทกลับไป ซึ่งครั้งล่าสุด ผู้ต้องหาทั้งสองคนรับสารภาพว่า นำเงินดอลลาร์เข้ามาขายจำนวน 8 แสนเหรียญดอลลาร์สหรัฐ ส่วนครั้งนี้จำนวน 2.8 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ โดยเฉลี่ยแล้วจะนำเงินดอลลาร์มาขายสัปดาห์ละครั้ง จากงานการข่าวและประมวลแล้วแต่ละครั้ง จะนำเงินบาทไทยออกไปไม่ต่ำกว่า 20 ล้านบาท ในครั้งล่าสุดคาดว่าจะมีเงินสะสมเยอะจึงนำมาขายมากกว่าทุกครั้ง หลังจากนี้ทางด่านศุลกากรหนองคาย จะเข้มงวดรถยนต์ส่วนบุคคล นอกจากเรื่องยาเสพติดแล้วต้องดูเรื่องเงินเพิ่มเติม เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีก โดยจะขอความร่วมมือกับธนาคาร เพื่อขอข้อมูลหากมีการแลกเปลี่ยนเงินในจำนวนมาก ขอให้แจ้งทางศุลกากรทราบด้วย
loading...